Articles Posted in the " คุรุสภา " Category

  • กมว.คุรุสภาเตือนต่อตั๋วครูก่อน 8 ธ.ค.นี้ ไม่ต่ออาจโดนอาญาพร้อมงดจ่ายวิทยฐานะ

    “พลสัณฑ์”เตือนผู้ถือใบอนุญาตประกอบวิชาชีพทาง การศึกษาต่ออายุก่อนหมดอายุ 8 ธ.ค.นี้ ขู่ถ้ายังปฎิบัติหน้าที่อยู่แต่ไม่มาต่อให้ต้นสังกัดดำเนินการทางอาญา พร้อมประสาน ก.ค.ศ.งดจ่ายเงินวิทยฐานะ   วันนี้ (18 พ.ย.) ดร.พลสัณฑ์ โพธิ์ศรีทอง ประธานกรรมการมาตรฐานวิชาชีพ (กมว.) คุรุสภา เปิดเผยว่า จากข้อมูลของสำนักงานเลขาธิการคุรุสภา พบว่าในวันที่ 8 ธ.ค.นี้ จะมีผู้ที่ถือใบอนุญาตประกอบวิชาชีพทางการศึกษา จำนวน 518,330 ราย และมีผู้ที่ถือใบอนุญาตฯ ยื่นแบบคำขอต่ออายุก่อนวันที่ใบอนุญาตฯ จะหมดอายุ 180 วัน จำนวน 328,636 ราย ดังนั้นจึงเหลือผู้ที่ยังไม่ต่อใบอนุญาตฯอีกถึง 189,694 ราย ซึ่งในจำนวนนี้คาดว่าน่าจะเป็นผู้ที่เกษียณอายุราชการ เสียชีวิต หรือไม่อาจจะเคยเป็นครูของรัฐ หรือเอกชนมาก่อนแต่ไม่ประสงค์ที่จะประกอบอาชีพทางการศึกษาแล้ว แต่คงไม่ใช่จำนวนทั้งหมด จึงมีอีกหลายหมื่นคนที่ยังประกอบวิชาชีพทางการศึกษาอยู่และไม่มายื่นขอต่อใบ อนุญาต ดังนั้น ขอให้บุคลคลกลุ่มนี้รีบมาต่อใบอนุญาตประกอบวิชาชีพทางการศึกษาก่อนวันที่ 8 ธ.ค.นี้เท่านั้น     “การไม่ต่ออายุใบอนุญาตฯ ตามกำหนด และปล่อยให้ใบอนุญาตฯหมดอายุ จะทำให้บุคคลดังกล่าวหมดสิทธิ์ต่อการปฎิบัติหน้าที่ทั้งการสอน หรือเป็นผู้บริหารทางการศึกษา ขณะที่คณะกรรมการข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา […]


  • คุรุสภาแจง ตั๋วครูชั่วคราว ใช้ได้ทุกสังกัด แต่ต้องแจ้งคุรุสภาก่อน

    “ไพฑูรย์” แจงหนังสืออนุญาตปฏิบัติการสอนชั่วคราว ใช้สอบบรรจุได้ทุกสังกัด แต่ต้องแจ้งให้คุรุสภารับทราบก่อน พร้อมพิจารณาสาขาขาดแคลนเพิ่มจาก 86 สาขา   วันนี้ (11 พ.ย.) ศ.ดร.ไพฑูรย์ สินลารัตน์ ประธานกรรมการคุรุสภา กล่าวถึงการออกหนังสืออนุญาตปฏิบัติการสอนชั่วคราว 90 วันให้แก่บุคคลที่ไม่ได้จบสาขาวิชาชีพครู เพื่อนำไปใช้สอบบรรจุเป็นข้าราชการครู ใน 86สาขาขาดแคลนตามที่สำนักงานคณะกรรมการการอาชีวศึกษา(สอศ.)เสนอ ว่า มติคุรุสภาดังกล่าวเป็นหลักการกว้างๆ โดยเปิดช่องให้ทุกหน่วยงานที่ต้องการใช้ครูในสาขาขาดแคลน 86 สาขา ไม่ว่าจะเป็น สอศ. สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน(สพฐ.) สำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการศึกษาเอกชน(สช.) และองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น(อปท)ที่มีสถานศึกษาในสังกัด สามารถรับผู้ที่จบจากสาขาเหล่านี้เข้ามาเป็นครูได้ แต่ต้องแจ้งให้คุรุสภารับทราบก่อนเท่านั้น   ศ.ดร.ไพฑูรย์ กล่าวต่อไปว่า ส่วนกรณีที่ ดร.ชัยพฤกษ์ เสรีรักษ์ เลขาธิการคณะกรรมการการอาชีวศึกษา (กอศ.)จะเสนอให้คุรุสภาพิจารณาสาขาขาดแคลนเพิ่มเติมอีก นั้น หากมีสาขาวิชาใดที่ยังขาดแคลน รวมถึงคณะครุศาสตร์/ศึกษาศาสตร์ไม่ได้เปิดสอน ทางคุรุสภาก็ยินดีและพร้อมจะพิจารณายกเว้นให้ ซึ่งตนและกรรมการคุรุสภาเข้าใจดีว่า ถ้าจัดการเรียนการสอนแล้วไม่มีอาจารย์ที่จะเข้ามาสอนก็คงเป็นเรื่องยาก สำหรับสถานศึกษา ทั้งนี้ เพื่อแก้ปัญหาให้แก่สถานศึกษาทุกสังกัด คุรุสภาจะเชิญหน่วยงานที่ใช้ครูทุกสังกัดมาระดมความคิดเห็นว่าต้องการใช้ครู ในสาขาใดบ้าง และสาขาใดที่ควรจะได้รับการยกเว้น.     ที่มา […]


  • คุรุสภา ชงคุมสถาบันอุมศึกษาผลิตครูตามใบสั่งทั้งปริมาณ-คุณภาพ

    คุรุ สภา ชงประเด็น ผลิตครูระบบปิด ควบคุมทุกสถาบันอุดมศึกษา ผลิตครูตามใบสั่งทั้งปริมาณและคุณภาพ โดยวิเคราะห์ตัวเลขความต้องการครูแต่ละสาขาวิชาในรอบปีแล้วค่อยแจกงานให้ สถาบันและแห่งผลิตตามนั้น   ศ.ดร.ไพฑูรย์ สินลารัตน์ ประธานคณะกรรกมการคุรุสภา เปิดเผยว่า ในการประชุมคณะกรรมการคุรุสภาครั้งหน้า ตนจะนำเสนอแนวคิดในการผลิตและพัฒนาครูของนักวิชาการจากสำนักงานคณะกรรมการ การอุดมศึกษา (สกอ.) แนวคิดดังกล่าวตอบโจทย์ปัญหาสถาบันอุดมศึกษาทุกแห่งผลิตบัณฑิตสาย ครุศาสตร์-ศึกษาศาสตร์จนล้นตลาดและยังไม่มีคุณภาพสอดคล้องตามความต้องการของ ผู้ใช้ สาเหตุของปัญหาส่วนหนึ่งเพราะขาดระบบประสานงานและควบคุมดูแลการผลิตครูอย่าง จริงจัง สถาบันอุดมศึกษาที่เปิดหลักสูตรผลิตครูกว่า 100 แห่ง จึงต่างคนต่างผลิตโดยไม่ได้ดูความต้องการที่แท้จริงของตลาด “ แนวคิดของนักวิชาการจาก สกอ. จึงเสนอระบบผลิตครูเป็นระบบปิดที่ควบคุมดูแลระบบรับเข้าและระบบการผลิตครูใน ภาพรวมทั้งประเทศ ไม่ปล่อยให้สถาบันอุดมศึกษาผลิตครูตามใจโดยไม่ดูความต้องการที่แท้จริงอีก ต่อไป เพราะปัจจุบัน ยอดรวมบัณฑิตสายครุศาสตร์-ศึกษาศาสตร์ จบออกมาปีละกว่า 50,000 คน ขณะที่ความต้องการแค่ 20,000 คน แต่ต้องมีการกำหนดเป้าหมายการผลิตครูแต่ะสาขาวิชาในแต่ละปี จากนั้น สกอ.ก็รับเอาเป้าหมายในการผลิตครูนี้ ไปประสานกับสถาบันอุดมศึกษาต่างๆ เพื่อผลิตครูตามเป้าหมายดังกล่าวทั้งในแง่ของประมาณและคุณภาพ เมื่อบัณฑิตสำเร็จการศึกษา ก็รับบรรจุเข้าเป็นครูด้วย ดังนั้นระบบรับเข้าจะต้องคัดเลือกคนที่เก่ง มีความสามารถจริง ๆ มาเรียนครู และต้องมีการกำหนดเงื่อนไขด้วยว่า เจ้าตัวไม่สามารถเลือกสถานที่บรรจุได้ ส่งไปเป็นครูที่ไหนก็ต้องไป […]


  • คุรุสภาลงพื้นที่ เก็บข้อมูลปฏิรูปครู

    “ไพฑูรย์”เผย แบ่งสายกรรมการคุรุสภาลงพื้นที่เก็บข้อมูลการทำงานของครู จ่อนำนโยบายรัฐบาล หารือในที่ประชุมบอร์ด 18 ก.ย.นี้ พร้อมทบทวนกฏเกณฑ์มาตรฐานวิชาชีพให้ยืดหยุ่น   วันนี้ ( 16 ก.ย.) ศ.ดร.ไพฑูรย์ สินลารัตน์ ประธานกรรมการคุรุสภา เปิดเผยว่า จากการประชุมทางวิชาการของคุรุสภา ประจำปี 2557 เมื่อเร็วๆนี้ ที่ประชุมได้ศึกษาบทบาทและทิศการทำงานของครูในอนาคต และเห็นตรงกันว่าจำเป็นต้องปฏิรูปคุณภาพการศึกษาตั้งแต่ระดับล่าง คือ ระดับห้องเรียน ชั้นเรียน และสถาบัน โดยเน้นปฏิรูปบทบาทของครูในรูปแบบใหม่ เพื่อ นำไปสู่กระบวนการพัฒนาการเรียนการสอนที่มีคุณภาพ มากกว่าการปฏิรูปจากระดับบนที่เป็นหน่วยงานและโครงสร้าง โดยครูต้องหันมาเน้นฝึกให้เด็กมีบทบาทในการแสวงหาความรู้ได้ด้วยตนเองแทนการ สอนแบบบรรยาย นอกจากนี้ต้องปฏิรูปการผลิตครูใหม่ ตั้งแต่การรับนักศึกษาครู โดยคัดคนที่มีความสามารถสูง ตั้งใจเรียน ขณะเดียวกันสถาบันผลิตครูต้องจัดกิจกรรมการเรียนการสอนที่เอื้ออำนวยให้นัก ศึกษา ได้คิดวิเคราะห์ไม่ว่าจะเป็นการลดขนาดห้องเรียนและจำนวนผู้เรียนลงให้แหลือ ประมาณ 25-30 คนต่อห้อง   ศ.ดร.ไพฑูรย์ กล่าวต่อไปว่า ที่ประชุมเสนอให้สภาคณบดีคณะครุศาสตร์/ศึกษาศาสตร์แห่งประเทศไทย(ส.ค.ศ.ท.) ทำการทดลอง โดยเลือกสถาบันผลิตครูที่พร้อมมาจัดการเรียนการสอนในรูปแบบใหม่ รวมถึงให้คุรุสภาปรับมาตรฐานวิชาชีพให้ยืดหยุ่นมากขึ้น โดยเปิดโอกาสให้คณะครุศาสตร์/ศึกษาศาสตร์ สามารถเสนอหลักสูตรหรือกระบวนการเรียนการสอนที่เอื้อต่อการพัฒนาคุณภาพการ ศึกษา ซึ่งตนก็เห็นด้วย ว่า คุรุสภาน่าทบทวนกฏเกณฑ์เพื่อเอื้อให้นักครุศาสตร์/ศึกษาศาสตร์ […]


  • คุรุสภาเผยเด็กเก่งเลือกเรียนครูเพิ่มขึ้นแต่จำนวนรับน้อย เตรียมปรับการเรียนการสอนใหม่

    คุรุ สภา เผยข้อมูลจากกลุ่มมหา’ลัยราชภัฏพบว่าช่วง 2 ปีมานี้มีเด็กเก่งสนใจเลือกเรียนคณะศึกษาศาสตร์/ครุศาสตร์ มากเป็นอันดับหนึ่ง แต่มีที่นั่งรองรับแค่หลักร้อยเท่านั้น พร้อมเผยมีคนจบสาขาอื่นมาเป็นครูสูงขึ้นมากถึงปีละ 3 หมื่นคนเตรียมเร่งปรับระบบรองรับ ยันต้องไม่กระทบกลุ่มผู้จบครูโดยตรง ศ.ดร.ไพฑูรย์ สินลารัตน์ ประธานกรรมการคุรุสภา เปิดเผยว่า จากการประชุมคณะกรรมการคุรุสภา เมื่อเร็ว ๆ นี้ว่า ที่ประชุมหารือถึงแนวทางการพัฒนาวิชาชีพครู ซึ่งปัจจุบันเปลี่ยนแปลงไปจากเดิมมาก เนื่องจากที่ผ่านมาคนที่เรียนครูจะเป็นเด็กกลุ่มที่ได้คะแนนค่อนข้างต่ำ แต่จากข้อมูลที่มหาวิทยาลัยราชภัฏ(มรภ.)หลายแห่งรวบรวมไว้ พบว่า ในช่วง ระยะเวลา 2 ปีมานี้ได้เกิดปรากฎการณ์เด็กเลือกเรียนคณะครุศาสตร์/ศึกษาศาสตร์เป็นอันดับ หนึ่งมากขึ้น และคนที่เลือกส่วนใหญ่จะมีผลคะแนนค่อนข้างสูง ที่สำคัญเกือบทุกสถาบันจะมีจำนวนผู้สมัครเข้าเรียนในคณะครุศาสตร์/ศึกษา ศาสตร์ถึงหลักหมื่นคน ขณะที่สามารถรับได้เพียงหลักร้อยเท่านั้น อีกทั้ง เมื่อเทียบคะแนนผู้สมัครในคณะครุศาสตร์/ศึกษาศาสตร์ สาขาวิทยาศาสตร์ กับคณะวิทยาศาสตร์จะพบว่าคณะของผู้สมัครสายครูจะสูงกว่าด้วย ทั้งนี้ จากข้อมูลดังกล่าวที่ประชุมมีความเห็นว่าคณะครุศาสตร์/ศึกษาศาสตร์ จำเป็นต้องปรับกระบวนการเรียนการสอนใหม่ เพื่อส่งเสริมให้เด็กที่เรียนสายวิชาชีพครูจบออกมาเป็นครูได้เต็มศักยภาพมาก ขึ้น “ยังเกิดปรากฎการณ์ว่ามีผู้ที่จบในสาขาอื่นสนใจมาเป็นครูมากขึ้นด้วย จากเดิมที่ไม่ค่อยมีคนสนใจเป็นครู ดูได้จากข้อมูลเฉพาะปี 2556 ที่ผ่านมา พบว่า มีคนที่จบวุฒิปริญญาตรีสายอื่นซึ่งไม่มีใบอนุญาตประกอบวิชาชีพครูมาสมัคร เป็นครูมากกว่า 19,000 คน โดยส่วนใหญ่จะเป็นครูสังกัดสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน(สพฐ.) และโรงเรียนเอกชน และเมื่อรวมกับจำนวนในรอบปีที่ผ่าน ๆ มาจะพบว่าปัจจุบันมีผู้ที่จบจากสาขาวิชาชีพอื่นมาเป็นครูมากถึง […]


  • คุรุสภาไฟเขียว วิชาชีพสาขาอื่น เป็นครูอาชีวะได้

      คุรุสภาไฟเขียวสาขาอื่นที่ขาดแคลนเป็นครูอาชีวะได้ โดยเปิดทางให้มีการรับสมัครในรอบ 2 และให้สิทธิ์นักเรียนทุนอาชีวะได้รับการบรรจุเป็นข้าราชการครูได้ทันที   ศ.ดร.ไพฑูรย์ สินลารัตน์ ประธานกรรมการคุรุสภา เปิดเผยถึงผลการประชุมคณะกรรมการคุรุสภาว่า ที่ประชุมได้มีมติให้สำนักงานคณะกรรมการการอาชีวศึกษา (สอศ.) รับบุคคลที่ไม่ได้จบสาขาวิชาชีพครูเข้าเป็นข้าราชการครูได้ในสาขาที่ขาดแคลน ครูผู้สอน และต้องเป็นสาขาที่ไม่มีการเปิดสอนในคณะครุศาสตร์และคณะศึกษาศาสตร์ โดยทางคุรุสภาจะออกหนังสืออนุญาตให้ปฏิบัติการสอนโดยไม่มีใบอนุญาตประกอบ วิชาชีพครูเป็นระยะเวลา 90 วัน และสามารถนำไปสมัครเป็นเพื่อบรรจุเป็นข้าราชการครู สอศ.ได้โดยใช้ใบอนุญาตประกอบวิชาชีพครูชั่วคราว และหลังจากนั้นต้องมีการพัฒนาเพื่อเข้าเกณฑ์ที่จะสอบใบอนุญาตประกอบวิชาชีพ ทางการศึกษา โดยที่คุรุสภาจะออกใบอนุญาตประกอบวิชาชีพครูชั่วคราวให้จำนวน 3 ครั้ง ในช่วงเวลา 6 ปี แต่ในกรณีสาขาที่มีการเปิดสอนในคณะครุศาสตร์และคณะศึกษาศาสตร์ เช่น ภาษาไทย ภาษาอังกฤษ และสถาบันอาชีวศึกษามีความต้องการเปิดรับเพิ่ม กรณีนี้จำเป็นต้องให้สิทธิกับกลุ่มผู้ที่มีใบอนุญาตประกอบวิชาชีพครูไปก่อน ในการรับสมัครรอบแรก แต่ถ้าหากไม่มีผู้มาสมัครก็สามารถเปิดรับสมัครรอบที่ 2 ได้ โดยจะเปิดโอกาสให้ผู้ที่จบจากสาขาอื่นและเป็นสาขาที่ขาดแคลนเข้ามาสมัครได้   ศ.ดร.ไพฑูรย์กล่าวต่อว่า นอกจากนี้ยังมีข้อเรียกร้องจาก สอศ. เรื่องนักเรียนอาชีวะที่ได้รับทุนการศึกษาจากทั้งกระทรวงศึกษาธิการ (ศธ.) สอศ. คณะกรรมการข้าราชการพลเรือน (ก.พ.) เมื่อสำเร็จการศึกษามาแล้วไม่สามารถบรรจุเป็นครูอาชีวะได้ ซึ่งทางที่ประชุมมีมติแก้ปัญหาให้ผู้ที่ได้รับทุนดังกล่าวสามารถบรรจุเข้า รับข้าราชการครูตามเงื่อนไขของทุนได้ และจะได้ใบอนุญาตประกอบวิชาชีพครูชั่วคราวให้ เพื่อที่จะใช้ทุนอย่างไม่สูญเปล่า   […]


  • คุรุสภายันนักวิทย์สอนได้

    ดร.ไพฑูรย์ สินลารัตน์ รองอธิการบดีฝ่ายวิจัย มหาวิทยาลัยธุรกิจบัณฑิตย์ ในฐานะประธานกรรมการคุรุสภา กล่าวว่า ตามที่ รศ.ดร. วีระพงษ์ แพสุวรรณ ปลัดกระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีระบุว่า คุรุสภาห้ามนักวิทยาศาสตร์ไปสอนวิชาวิทยาศาสตร์ให้กับนักเรียนในร.ร.มัธยม ศึกษา และร.ร.ขอเชิญนักวิทยาศาสตร์ไปสอนกลับถูกต่อต้านโดยคุรุสภา อ้างว่านักวิทยาศาสตร์ไม่มีใบประกอบวิชาชีพครู เรื่องนี้ รศ.ดร.วีระพงษ์ อาจเข้าใจผิด เพราะคุรุสภาไม่เคยห้ามร.ร.ที่จะเชิญผู้ไม่มีใบอนุญาตประกอบวิชาชีพครู โดยเฉพาะนักวิทยาศาสตร์มาสอนยกเว้น ถ้ามาเป็นครูก็จะต้องเข้าระบบทางวิชาชีพปกติ คือมีใบประกอบวิชาชีพครูเท่านั้น ดร.ไพฑูรย์กล่าวต่อว่า กฎหมายของสภาครูฯ มาตรา 43 พูดถึงข้อยกเว้นนี้ไว้ชัดเจนว่า ผู้ที่เข้ามาให้ความรู้แก่ผู้เรียนในสถานศึกษาเป็นครั้งคราวในฐานะนัก วิทยากรพิเศษทางการศึกษา หรือผู้ที่ไม่ได้ประกอบวิชาชีพหลักทางการเรียนการสอน แต่บางครั้งต้องทำหน้าที่สอนด้วย ทั้ง 2 กลุ่มนี้ ไม่ต้องมีใบอนุญาต แต่ถ้าจะเข้ามาเป็นครูวิทย์ในร.ร. ก็จะต้องเรียนหลักสูตรป.ตรี (5 ปี) ทางการศึกษา หรือป.โททางการสอนวิทย์หรือวิทยาศาสตร์ศึกษา และปัจจุบันคุรุสภาก็อนุโลมให้ร.ร.ในถิ่นทุรกันดาร จ้างครูที่ไม่จบสายการศึกษาโดยตรงมาเป็นครูได้แล้ว แต่ ก็ต้องพัฒนาให้ได้ใบประกอบวิชาชีพครูใน 2 ปี หรือไม่เกิน 6 ปี   ที่มา ข่าวสด


  • คุรุสภาแก้ปัญหาครูสอศ. ขาดแคลน

    ประธานคณะกรรมการคุรุสภา เตรียมหารือ สอศ. หาทางออกแก้ปัญหาขาดครู ชี้ การมีใบประกอบวิชาชีครูจะต้องได้ตามระบบ ยันการให้ตั๋วครูอัตโนมัติไม่สามารถทำได้     วันนี้ (13 ส.ค.) ศ.ดร.ไพฑูรย์ สินลารัตน์ ประธานคณะกรรมการคุรุสภา เปิดเผยความคืบหน้าการตั้งคณะกรรมการศึกษาปัญหาครูสาขาขาดแคลน ของสำนักงานคณะกรรมการการอาชีวศึกษา (สอศ.) ว่า ในวันที่ 18 ส.ค.นี้ ตนได้เชิญผู้เกี่ยวข้องทั้งผู้แทนในส่วนของ สอศ. สำนักงานคณะกรรมการการอุดมศึกษา (สกอ.) สำนักงานคณะกรรมการข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา (ก.ค.ศ.) มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคล (มทร.) ในฐานะสถาบันฝ่ายผลิตครูช่าง และกลุ่มสภาคณบดีคณะครุศาสตร์/ ศึกษาศาสตร์แห่งประเทศไทย (ส.ค.ศ.ท.) มาหารือถึงแนวทางการแก้ปัญหาดังกล่าว เป็นนัดแรก ก่อนที่จะมีการตั้งคณะกรรมการเพื่อดำเนินการอย่างเป็นทางการ ประธานคณะกรรมการคุรุสภา กล่าวต่อไปว่า สาเหตุที่ต้องมีการหารือก่อน เพราะเห็นว่า สอศ.ยังมีปัญหาอีกหลายเรื่อง อาทิ สาขาที่สอศ. ระบุว่า เป็นสาขาขาดแคลนปัจจุบันยังมีการเปิดสอนอยู่หรือไม่ และหากไม่มีการเปิดสอน ในอนาคต สอศ.จะเปิดสอนสาขานี้หรือไม่ รวมถึงหาก สอศ.ต้องการเปิดสอน จะมีสถาบันฝ่ายผลิต รับผลิตครูในสาขาดังกล่าวหรือไม่ ซึ่งหากไม่มีจริง ๆ […]


  • ลุ้นคุรุสภาไฟเขียวสาขาขาดแคลนสอบครู

    หน่วยงานใช้ครูแจง ให้คนที่จบสาขาขาดแคลนมาเป็นครู ไม่ใช่ให้ได้รับใบอนุญาตประกอบวิชาชีพครูโดยอัตโนมัติ แต่ต้องอบรมและพัฒนาในภายหลังด้วย วันนี้ (31 ก.ค.) นางศิริพร กิจเกื้อกูล เลขาธิการคณะกรรมการข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา (ก.ค.ศ.) เปิดเผยว่า จากการหารือนอกรอบระหว่างประธานกรรมการคุรุสภา ผู้แทนจากสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (สพฐ.) สำนักงานคณะกรรมการการอาชีวศึกษา(สอศ.) และสำนักงานปลัดกระทรวงศึกษาธิการ(ศธ.) เพื่อหาทางออกเรื่องการมีใบอนุญาตประกอบวิชาชีพครูของผู้มีได้เรียนจบจากคณะ ครุศาสตร์/ศึกษาศาสตร์ เมื่อเร็ว ๆ นี้ ที่ประชุมได้มีการเน้นย้ำและสร้างความเข้าใจกับคุรุสภา ว่า ไม่ใช่เป็นการขอให้ผู้ที่ไม่จบสายครูได้รับใบอนุญาตประกอบวิชาชีพโดย อัตโนมัติ แต่ขอยกเว้นสาขาวิชาที่ขาดแคลนให้สามารถสอบบรรจุเป็นข้าราชการครูหรือ พนักงานราชการได้ โดยจะมีกระบวนการอบรมพัฒนาครูเพื่อให้ได้มาตรฐานความรู้และมาตรฐาน ประสบการณ์วิชาชีพตามที่คุรุสภากำหนด ซึ่งทางคุรุสภาก็เข้าใจและให้หน่วยงานผู้ใช้ครูไปจัดทำบัญชีสาขาวิชาที่ขาด แคลนมาให้บอร์ดคุรุสภาพิจารณาอนุมัติให้ เพราะตามมาตรา 46 ของ พ.ร.บ.สภาครูและบุคลากรทางการศึกษา พ.ศ.2546 ให้คุรุสภาพิจารณายกเว้นเป็นกรณีได้   “จากการหารือมีแนวโน้มดีขึ้น ซึ่งบอร์ดคุรุสภาอาจจะยืดหยุ่นออกใบอนุญาตปฏิบัติการสอนชั่วคราวให้แก่ผู้ ที่จบสาขาขาดแคลนที่หน่วยงานใช้ครูต้องการ แต่ยังไม่เคยเป็นครูมาก่อนมาสมัครสอบบรรจุได้ จากนั้นก็จะเข้าสู่กระบวนการอบรมในระหว่างที่ทำหน้าที่สอน ซึ่ง ก.ค.ศ.จะร่วมกับคุรุสภาจัดทำหลักสูตรการอบรมพัฒนาต่อไป”เลขาธิการ ก.ค.ศ.กล่าว         ที่มา เดลินิวส์


  • ครูสช.ไร้ตั๋วครูกว่า 9พันคน ร้องคุรุสภาช่วยเหลือด่วน

    “บัณฑิตย์”ชี้ครูโรงเรียนเอกชนเดือดร้อนไร้ตั๋วครู วอนคุรุสภาเปิดช่องช่วยเหลือก่อนตกงานกว่า9 พันชีวิต กระทบทั้งโรงเรียนและเด็ก วันนี้(31ก.ค.)ดร.บัณฑิตย์ ศรีพุทธางกูร เลขาธิการคณะกรรมการส่งเสริมการศึกษาเอกชน(กช.) เปิดเผยว่า เมื่อเร็ว ๆ นี้กลุ่มผู้บริหารโรงเรียนเอกชนได้มาหารือถึงปัญหาของครูผู้สอนในโรงเรียน เอกชนที่ยังไม่มีใบอนุญาตประกอบวิชาชีพครู เพื่อให้สำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการศึกษาเอกชน(สช.)หาทางช่วยเหลือ เนื่องจากขณะนี้มีครูโรงเรียนเอกชนที่ยังไม่มีใบอนุญาตประกอบวิชาชีพฯตก ค้างอยู่ประมาณ 9,300 คน และใบอนุญาตปฏิบัติการสอนชั่วคราวกำลังจะหมดระยะเวลาผ่อนผันในช่วงเดือน สิงหาคมนี้ ซึ่งหากครูผู้สอนในโรงเรียนเอกชนกลุ่มนี้ไม่ได้รับการผ่อนผันจากคุรุสภาให้ ปฏิบัติการสอนชั่วคราวได้ ทางโรงเรียนเอกชนก็จะไม่สามารถจ้างให้สอนได้อีกต่อไป ซึ่งจะมีผลทำให้ครูกลุ่มนี้ต้องตกงานทันที ขณะเดียวกันทางโรงเรียนเอกชนเองก็จะประสบปัญหาขาดแคลนครูทันทีเช่นกัน ซึ่งจะส่งผลกระทบต่อการจัดการเรียนการสอนของโรงเรียนเอกชนอย่างแน่นอน เลขาธิการ กช.กล่าวต่อไปว่า สช.ได้หารือกับ ศ.ดร.ไพฑูรย์ สินลารัตน์ ประธานกรรมการคุรุสภา เพื่อหาทางแก้ปัญหาเรื่องดังกล่าวแล้ว ซึ่งประธานกรรมการคุรุสภาก็รับปากว่าจะหาทางช่วยเหลือให้ครูโรงเรียนเอกชน สามารถสอนต่อไปได้โดยไม่ผิดกฎหมาย เพราะคุรุสภาก็เข้าใจถึงปัญหาดังกล่าวเป็นอย่างดี โดยจะนำเรื่องนี้เข้าหารือในที่ประชุมคณะกรรมการคุรุสภาในวันที่ 1 ส.ค.นี้ “การที่มีครูโรงเรียนเอกชนตกค้างไม่ได้รับใบอนุญาตประกอบวิชาชีพเป็นจำนวน มากนั้น เนื่องมาจากคุรุสภาจำกัดช่องทางในการได้มาซึ่งใบอนุญาตฯมาหลายปี ทั้งที่ก่อนหน้าที่คุรุสภาเคยมีหลายช่องทางให้ครูได้รับใบอนุญาตฯ ทั้งการอบรมความรู้ตามมาตรฐานวิชาชีพครู9 มาตรฐาน ,การเทียบประสบการณ์ และการเปิดสอนหลักสูตรประกาศนียบัตรบัณฑิต (ป.บัณฑิต)ทางการศึกษา แต่เวลานี้เหลือเพียงการเปิดสอน ป.บัณฑิตช่องทางเดียวเท่านั้น และสถาบันการผลิตครูเองก็สามารถรับนักศึกษาเข้าเรียนได้ในจำนวนที่น้อยมาก ไม่เพียงพอต่อความต้องการของครูโรงเรียนเอกชน ดังนั้น สช.จึงอยากขอให้คุรุสภาหาทางช่วยเหลือตามความเหมาะสมด้วย เพราะครูโรงเรียนเอกชนมีความตั้งใจและพร้อมที่จะเข้าสู่กระบวนการพัฒนา มาตรฐานวิชาชีพของคุรุสภาอยู่แล้ว”เลขาธิการ […]