Articles Posted in the " คุรุสภา " Category

  • แยกใบวิชาชีพครูรายวิชา-ระดับชั้น

    ชงบอร์ดคุรุสภาตั้งกก.ศึกษา/ชึ้อาจสอนข้ามวิชาไม่ได้กระทบโรงเรียนขนาดเล็ก   ตามที่คณะกรรมการอำนวยการปฏิรูปการศึกษาของกระทรวงศึกษาธิการ(ศธ.) มีแนวคิดปฏิรูประบบผลิตและพัฒนาครู โดยในประเด็นเรื่องการออกใบอนุญาตประกอบวิชาชีพครู มีข้อเสนอให้แยกใบประกอบวิชาชีพครูเป็นรายวิชาและแยกเป็นระดับชั้น ซึ่งล่าสุด นายไพฑูรย์ สินลารัตน์ ประธานคณะกรรมการคุรุสภา (บอร์ดคุรุสภา) กล่าวว่า การประชุมบอร์ดคุรุสภา วันที่ 19 มี.ค.58 นี้ ตนจะนำข้อเสนอที่ให้แยกใบอนุญาติประกอบวิชาชีพครูตามระดับการศึกษา เช่นใบอนุญาติประกอบวิชาชีพครูระดับปฐมวัย ใบประกอบวิชาชีพครูระดับประถมศึกษา เป็นต้น เข้าหารือต่อบอร์ดคุรุสภา เพื่อสอบถามความเห็นและหลังจากนั้นจะมีการตั้งคณะอนุกรรมการขึ้นมา 1ชุด เพื่อศึกษารายละเอียดในเรื่องดังกล่าว   ประธานบอร์ดคุรุสภา กล่าวต่อไปว่า ที่จริงแล้วเรื่องนี้คุรุสภา เคยศึกษาไว้แล้วแต่ยังไม่เป็นรูปเป็นร่าง เพราะคุรุสภา เองก็รับข้อเสนอแนะนี้มาจากหลายฝ่าย โดยเฉพาะกลุ่มครูปฐมวัย ซึ่งต้องการให้แยกใบอนุญาติประกอบวิชาชีพของครูปฐมวัยโดยเฉพาะ เพราะเป็นการจัดการศึกษาที่ค่อนข้างมีลักษณะเฉพาะทาง ซึ่งเรื่องนี้ตนก็เห็นด้วยกับการแยกประเภทใบอนุญาตประกอบวิชาชีพ เพราะการที่เราตัดเสื้อขนาดเดียว แต่ใช้กับคนทุกขนาดนั้น อาจยังไม่เหมาะสม    “ผมเห็นว่าน่าจะมีการศึกษาเรื่องการออกใบอนุญาติประกอบวิชาชีพเฉพาะวิชา ไปในคราวเดียวกันเลย เช่น วิชาวิทยาศาสตร์ คณิตศาสตร์ ซึ่งจะส่งผลให้การผลิตและรับครูตรงตามความต้องการมากขึ้น ทั้งนี้ คุรุสภาจะเชิญผู้เกี่ยวข้องมาประชุมร่วมกัน ถ้าส่วนใหญ่เห็นอย่างไร คุรุสภาก็พร้อมดำเนินการตาม”     นายไพฑูรย์ กล่าวและว่า คุรุสภาพร้อมจะเป็นตัวกลางระหว่างฝ่ายผลิตและฝ่ายใช้ครู […]


  • ข้อสรุปครูต่างชาติ จัดอบรม42ชั่วโมง

        คุรุสภา-สมาคมโรงเรียนนานาชาติได้ข้อสรุป อบรมความเป็นไทย แนวคิดการศึกษาของไทย จิตวิทยาการศึกษาไทย ให้ครูต่างชาติ 42 ชั่วโมง เฉพาะผู้ไม่จบครูเท่านั้น   นายไพฑูรย์ สินลารัตน์ ประธานคณะกรรมการคุรุสภา (ประธานบอร์ดคุรุสภา) กล่าวถึงกรณีการจัดอบรมครูชาวต่างประเทศเพื่อขอรับใบอนุญาตประกอบวิชาชีพครู ว่า เมื่อเร็วๆ นี้ ตนได้หารือร่วมกับสมาคมโรงเรียนนานาชาติและผู้เกี่ยวข้อง เพื่อหาข้อยุติเรื่องดังกล่าว ได้ข้อสรุปว่า เนื่องจากครูต่างชาติที่เข้ามาสอนในประเทศไทยมี 2 กลุ่ม คือ กลุ่มที่จบด้านการศึกษามาจากประเทศของตนเอง และได้รับใบอนุญาตประกอบวิชาชีพครูจากประเทศของตนเองแล้ว สามารถนำใบประกอบวิชาชีพที่ได้มาจากประเทศของตนนำมาเทียบได้เลย แต่จะต้องอบรมเฉพาะความเป็นไทยและกฎหมายการศึกษาไทย 21 หน่วย หรือ 21 ชั่วโมง ซึ่งก็ไม่ได้แตกจากเดิมที่อบรม 20 ชั่วโมง   อีกกลุ่มหนึ่งคือ จบสายอื่นไม่ได้เรียนวิชาชีพครูมา จะต้องเข้าอบรมความเป็นไทย แนวคิดการศึกษาของไทย จิตวิทยาการศึกษาไทย การประเมินผลและกฎหมายไทย ตามกติกาเดิมคือ 42 ชั่วโมง ซึ่งทุกฝ่ายก็เห็นด้วยและให้ดำเนินการตามข้อตกลงนี้ เพราะคนที่ไม่ได้เรียนครูมาอย่างน้อยก็ต้องมีความรู้ความเข้าใจในวิชาชีพและ เนื้อหาของไทย   นายไพฑูรย์กล่าวต่อว่า กรณีที่คุรุสภาอนุญาตให้มหาวิทยาลัยเพียง 2-3 […]


  • “คุรุสภา” เล็งเปิดอบรมมาตรฐานวิชาชีพครูรอบ 2

    คุรุสภายันไม่ใช่จบสาขาอื่น ทุกสาขาจะขอใบอนุญาตประกอบวิชาชีพครูได้ เพราะต้องผ่านการอบรมมาตรฐานวิชาชีพครู เผยเล็งเปิดรอบสอง ศ.ดร.ไพฑูรย์ สินลารัตน์ ประธานกรรมการคุรุสภา เปิดเผยว่า ตามที่คณะกรรมการคุรุสภาได้จัดทำโครงการการฝึกอบรมความรู้ตามมาตรฐานวิชาชีพ ครู เพื่อช่วยเหลือครูที่ได้รับหนังสืออนุญาตจากคุรุสภาให้ประกอบวิชาชีพครูที่ ยังไม่มีใบอนุญาต สามารถยื่นเรื่องขอรับรองความรู้วิชาชีพครูจากคุรุสภา แต่ครูกลุ่มนี้จะต้องผ่านการรับรองมาตรฐานวิชาชีพครูให้ครบ 9 มาตรฐาน โดยมีเงื่อนไขว่าจะต้องเข้ารับการอบรมในสถาบันอุดมศึกษาที่ผ่านการรับรองจาก คุรุสภาเท่านั้น ซึ่งปัจจุบันมีจำนวนทั้งสิ้น 53 แห่งทั่วประเทศ มีผู้สมัครเข้าร่วมอบรมประมาณ 10,000 คน และกำหนดระยะเวลาดำเนินโครงการดังกล่าวตั้งแต่เดือนเมษายน 2557 ถึงเดือนกุมภาพันธ์ 2558   ประธานคุรุสภากล่าวว่า ที่ผ่านมาเกิดความเข้าใจผิดว่าคุรุสภาเปิดโครงการนี้ให้ผู้ที่จบหลักสูตร 4 ปีในสาขาอื่นๆ ที่ไม่ใช่จากคณะศึกษาศาสตร์และครุศาสตร์มาอบรมได้ เพื่อจะได้ใบอนุญาตประกอบวิชาชีพครูทันที ซึ่งประเด็นนี้ทำให้ผู้จบหลักสูตรทางการศึกษาโดยตรง หรือเด็กที่กำลังจะเลือกเข้าเรียนต่อในสาขาวิชาชีพครูเกิดความไม่สบายใจนั้น ขอยืนยันว่าโครงการนี้ไม่ได้เปิดโอกาสให้ผู้จบสาขาอื่นได้ใบอนุญาตประกอบ วิชาชีพครูได้ทุกคน แต่เปิดเฉพาะครูที่ผ่านการรับรองความรู้ตามมาตรฐานวิชาชีพครู โดยวิธีการเทียบโอน ทดสอบ หรือฝึกอบรม วิธีการใดวิธีการหนึ่ง หรือหลายวิธีรวมกัน แต่ยังผ่านไม่ครบ 9 มาตรฐาน และต้องอยู่ในระบบการสอนไม่น้อยกว่า 1 ปีการศึกษา จึงจะมีสิทธิสมัครอบรมได้ ซึ่งส่วนใหญ่พบว่าครูกลุ่มนี้จะขาดอีกเพียง 1-2 มาตรฐาน […]


  • กมว.คุรุสภาเตือนต่อตั๋วครูก่อน 8 ธ.ค.นี้ ไม่ต่ออาจโดนอาญาพร้อมงดจ่ายวิทยฐานะ

    “พลสัณฑ์”เตือนผู้ถือใบอนุญาตประกอบวิชาชีพทาง การศึกษาต่ออายุก่อนหมดอายุ 8 ธ.ค.นี้ ขู่ถ้ายังปฎิบัติหน้าที่อยู่แต่ไม่มาต่อให้ต้นสังกัดดำเนินการทางอาญา พร้อมประสาน ก.ค.ศ.งดจ่ายเงินวิทยฐานะ   วันนี้ (18 พ.ย.) ดร.พลสัณฑ์ โพธิ์ศรีทอง ประธานกรรมการมาตรฐานวิชาชีพ (กมว.) คุรุสภา เปิดเผยว่า จากข้อมูลของสำนักงานเลขาธิการคุรุสภา พบว่าในวันที่ 8 ธ.ค.นี้ จะมีผู้ที่ถือใบอนุญาตประกอบวิชาชีพทางการศึกษา จำนวน 518,330 ราย และมีผู้ที่ถือใบอนุญาตฯ ยื่นแบบคำขอต่ออายุก่อนวันที่ใบอนุญาตฯ จะหมดอายุ 180 วัน จำนวน 328,636 ราย ดังนั้นจึงเหลือผู้ที่ยังไม่ต่อใบอนุญาตฯอีกถึง 189,694 ราย ซึ่งในจำนวนนี้คาดว่าน่าจะเป็นผู้ที่เกษียณอายุราชการ เสียชีวิต หรือไม่อาจจะเคยเป็นครูของรัฐ หรือเอกชนมาก่อนแต่ไม่ประสงค์ที่จะประกอบอาชีพทางการศึกษาแล้ว แต่คงไม่ใช่จำนวนทั้งหมด จึงมีอีกหลายหมื่นคนที่ยังประกอบวิชาชีพทางการศึกษาอยู่และไม่มายื่นขอต่อใบ อนุญาต ดังนั้น ขอให้บุคลคลกลุ่มนี้รีบมาต่อใบอนุญาตประกอบวิชาชีพทางการศึกษาก่อนวันที่ 8 ธ.ค.นี้เท่านั้น     “การไม่ต่ออายุใบอนุญาตฯ ตามกำหนด และปล่อยให้ใบอนุญาตฯหมดอายุ จะทำให้บุคคลดังกล่าวหมดสิทธิ์ต่อการปฎิบัติหน้าที่ทั้งการสอน หรือเป็นผู้บริหารทางการศึกษา ขณะที่คณะกรรมการข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา […]


  • คุรุสภาแจง ตั๋วครูชั่วคราว ใช้ได้ทุกสังกัด แต่ต้องแจ้งคุรุสภาก่อน

    “ไพฑูรย์” แจงหนังสืออนุญาตปฏิบัติการสอนชั่วคราว ใช้สอบบรรจุได้ทุกสังกัด แต่ต้องแจ้งให้คุรุสภารับทราบก่อน พร้อมพิจารณาสาขาขาดแคลนเพิ่มจาก 86 สาขา   วันนี้ (11 พ.ย.) ศ.ดร.ไพฑูรย์ สินลารัตน์ ประธานกรรมการคุรุสภา กล่าวถึงการออกหนังสืออนุญาตปฏิบัติการสอนชั่วคราว 90 วันให้แก่บุคคลที่ไม่ได้จบสาขาวิชาชีพครู เพื่อนำไปใช้สอบบรรจุเป็นข้าราชการครู ใน 86สาขาขาดแคลนตามที่สำนักงานคณะกรรมการการอาชีวศึกษา(สอศ.)เสนอ ว่า มติคุรุสภาดังกล่าวเป็นหลักการกว้างๆ โดยเปิดช่องให้ทุกหน่วยงานที่ต้องการใช้ครูในสาขาขาดแคลน 86 สาขา ไม่ว่าจะเป็น สอศ. สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน(สพฐ.) สำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการศึกษาเอกชน(สช.) และองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น(อปท)ที่มีสถานศึกษาในสังกัด สามารถรับผู้ที่จบจากสาขาเหล่านี้เข้ามาเป็นครูได้ แต่ต้องแจ้งให้คุรุสภารับทราบก่อนเท่านั้น   ศ.ดร.ไพฑูรย์ กล่าวต่อไปว่า ส่วนกรณีที่ ดร.ชัยพฤกษ์ เสรีรักษ์ เลขาธิการคณะกรรมการการอาชีวศึกษา (กอศ.)จะเสนอให้คุรุสภาพิจารณาสาขาขาดแคลนเพิ่มเติมอีก นั้น หากมีสาขาวิชาใดที่ยังขาดแคลน รวมถึงคณะครุศาสตร์/ศึกษาศาสตร์ไม่ได้เปิดสอน ทางคุรุสภาก็ยินดีและพร้อมจะพิจารณายกเว้นให้ ซึ่งตนและกรรมการคุรุสภาเข้าใจดีว่า ถ้าจัดการเรียนการสอนแล้วไม่มีอาจารย์ที่จะเข้ามาสอนก็คงเป็นเรื่องยาก สำหรับสถานศึกษา ทั้งนี้ เพื่อแก้ปัญหาให้แก่สถานศึกษาทุกสังกัด คุรุสภาจะเชิญหน่วยงานที่ใช้ครูทุกสังกัดมาระดมความคิดเห็นว่าต้องการใช้ครู ในสาขาใดบ้าง และสาขาใดที่ควรจะได้รับการยกเว้น.     ที่มา […]


  • คุรุสภา ชงคุมสถาบันอุมศึกษาผลิตครูตามใบสั่งทั้งปริมาณ-คุณภาพ

    คุรุ สภา ชงประเด็น ผลิตครูระบบปิด ควบคุมทุกสถาบันอุดมศึกษา ผลิตครูตามใบสั่งทั้งปริมาณและคุณภาพ โดยวิเคราะห์ตัวเลขความต้องการครูแต่ละสาขาวิชาในรอบปีแล้วค่อยแจกงานให้ สถาบันและแห่งผลิตตามนั้น   ศ.ดร.ไพฑูรย์ สินลารัตน์ ประธานคณะกรรกมการคุรุสภา เปิดเผยว่า ในการประชุมคณะกรรมการคุรุสภาครั้งหน้า ตนจะนำเสนอแนวคิดในการผลิตและพัฒนาครูของนักวิชาการจากสำนักงานคณะกรรมการ การอุดมศึกษา (สกอ.) แนวคิดดังกล่าวตอบโจทย์ปัญหาสถาบันอุดมศึกษาทุกแห่งผลิตบัณฑิตสาย ครุศาสตร์-ศึกษาศาสตร์จนล้นตลาดและยังไม่มีคุณภาพสอดคล้องตามความต้องการของ ผู้ใช้ สาเหตุของปัญหาส่วนหนึ่งเพราะขาดระบบประสานงานและควบคุมดูแลการผลิตครูอย่าง จริงจัง สถาบันอุดมศึกษาที่เปิดหลักสูตรผลิตครูกว่า 100 แห่ง จึงต่างคนต่างผลิตโดยไม่ได้ดูความต้องการที่แท้จริงของตลาด “ แนวคิดของนักวิชาการจาก สกอ. จึงเสนอระบบผลิตครูเป็นระบบปิดที่ควบคุมดูแลระบบรับเข้าและระบบการผลิตครูใน ภาพรวมทั้งประเทศ ไม่ปล่อยให้สถาบันอุดมศึกษาผลิตครูตามใจโดยไม่ดูความต้องการที่แท้จริงอีก ต่อไป เพราะปัจจุบัน ยอดรวมบัณฑิตสายครุศาสตร์-ศึกษาศาสตร์ จบออกมาปีละกว่า 50,000 คน ขณะที่ความต้องการแค่ 20,000 คน แต่ต้องมีการกำหนดเป้าหมายการผลิตครูแต่ะสาขาวิชาในแต่ละปี จากนั้น สกอ.ก็รับเอาเป้าหมายในการผลิตครูนี้ ไปประสานกับสถาบันอุดมศึกษาต่างๆ เพื่อผลิตครูตามเป้าหมายดังกล่าวทั้งในแง่ของประมาณและคุณภาพ เมื่อบัณฑิตสำเร็จการศึกษา ก็รับบรรจุเข้าเป็นครูด้วย ดังนั้นระบบรับเข้าจะต้องคัดเลือกคนที่เก่ง มีความสามารถจริง ๆ มาเรียนครู และต้องมีการกำหนดเงื่อนไขด้วยว่า เจ้าตัวไม่สามารถเลือกสถานที่บรรจุได้ ส่งไปเป็นครูที่ไหนก็ต้องไป […]


  • คุรุสภาลงพื้นที่ เก็บข้อมูลปฏิรูปครู

    “ไพฑูรย์”เผย แบ่งสายกรรมการคุรุสภาลงพื้นที่เก็บข้อมูลการทำงานของครู จ่อนำนโยบายรัฐบาล หารือในที่ประชุมบอร์ด 18 ก.ย.นี้ พร้อมทบทวนกฏเกณฑ์มาตรฐานวิชาชีพให้ยืดหยุ่น   วันนี้ ( 16 ก.ย.) ศ.ดร.ไพฑูรย์ สินลารัตน์ ประธานกรรมการคุรุสภา เปิดเผยว่า จากการประชุมทางวิชาการของคุรุสภา ประจำปี 2557 เมื่อเร็วๆนี้ ที่ประชุมได้ศึกษาบทบาทและทิศการทำงานของครูในอนาคต และเห็นตรงกันว่าจำเป็นต้องปฏิรูปคุณภาพการศึกษาตั้งแต่ระดับล่าง คือ ระดับห้องเรียน ชั้นเรียน และสถาบัน โดยเน้นปฏิรูปบทบาทของครูในรูปแบบใหม่ เพื่อ นำไปสู่กระบวนการพัฒนาการเรียนการสอนที่มีคุณภาพ มากกว่าการปฏิรูปจากระดับบนที่เป็นหน่วยงานและโครงสร้าง โดยครูต้องหันมาเน้นฝึกให้เด็กมีบทบาทในการแสวงหาความรู้ได้ด้วยตนเองแทนการ สอนแบบบรรยาย นอกจากนี้ต้องปฏิรูปการผลิตครูใหม่ ตั้งแต่การรับนักศึกษาครู โดยคัดคนที่มีความสามารถสูง ตั้งใจเรียน ขณะเดียวกันสถาบันผลิตครูต้องจัดกิจกรรมการเรียนการสอนที่เอื้ออำนวยให้นัก ศึกษา ได้คิดวิเคราะห์ไม่ว่าจะเป็นการลดขนาดห้องเรียนและจำนวนผู้เรียนลงให้แหลือ ประมาณ 25-30 คนต่อห้อง   ศ.ดร.ไพฑูรย์ กล่าวต่อไปว่า ที่ประชุมเสนอให้สภาคณบดีคณะครุศาสตร์/ศึกษาศาสตร์แห่งประเทศไทย(ส.ค.ศ.ท.) ทำการทดลอง โดยเลือกสถาบันผลิตครูที่พร้อมมาจัดการเรียนการสอนในรูปแบบใหม่ รวมถึงให้คุรุสภาปรับมาตรฐานวิชาชีพให้ยืดหยุ่นมากขึ้น โดยเปิดโอกาสให้คณะครุศาสตร์/ศึกษาศาสตร์ สามารถเสนอหลักสูตรหรือกระบวนการเรียนการสอนที่เอื้อต่อการพัฒนาคุณภาพการ ศึกษา ซึ่งตนก็เห็นด้วย ว่า คุรุสภาน่าทบทวนกฏเกณฑ์เพื่อเอื้อให้นักครุศาสตร์/ศึกษาศาสตร์ […]


  • คุรุสภาเผยเด็กเก่งเลือกเรียนครูเพิ่มขึ้นแต่จำนวนรับน้อย เตรียมปรับการเรียนการสอนใหม่

    คุรุ สภา เผยข้อมูลจากกลุ่มมหา’ลัยราชภัฏพบว่าช่วง 2 ปีมานี้มีเด็กเก่งสนใจเลือกเรียนคณะศึกษาศาสตร์/ครุศาสตร์ มากเป็นอันดับหนึ่ง แต่มีที่นั่งรองรับแค่หลักร้อยเท่านั้น พร้อมเผยมีคนจบสาขาอื่นมาเป็นครูสูงขึ้นมากถึงปีละ 3 หมื่นคนเตรียมเร่งปรับระบบรองรับ ยันต้องไม่กระทบกลุ่มผู้จบครูโดยตรง ศ.ดร.ไพฑูรย์ สินลารัตน์ ประธานกรรมการคุรุสภา เปิดเผยว่า จากการประชุมคณะกรรมการคุรุสภา เมื่อเร็ว ๆ นี้ว่า ที่ประชุมหารือถึงแนวทางการพัฒนาวิชาชีพครู ซึ่งปัจจุบันเปลี่ยนแปลงไปจากเดิมมาก เนื่องจากที่ผ่านมาคนที่เรียนครูจะเป็นเด็กกลุ่มที่ได้คะแนนค่อนข้างต่ำ แต่จากข้อมูลที่มหาวิทยาลัยราชภัฏ(มรภ.)หลายแห่งรวบรวมไว้ พบว่า ในช่วง ระยะเวลา 2 ปีมานี้ได้เกิดปรากฎการณ์เด็กเลือกเรียนคณะครุศาสตร์/ศึกษาศาสตร์เป็นอันดับ หนึ่งมากขึ้น และคนที่เลือกส่วนใหญ่จะมีผลคะแนนค่อนข้างสูง ที่สำคัญเกือบทุกสถาบันจะมีจำนวนผู้สมัครเข้าเรียนในคณะครุศาสตร์/ศึกษา ศาสตร์ถึงหลักหมื่นคน ขณะที่สามารถรับได้เพียงหลักร้อยเท่านั้น อีกทั้ง เมื่อเทียบคะแนนผู้สมัครในคณะครุศาสตร์/ศึกษาศาสตร์ สาขาวิทยาศาสตร์ กับคณะวิทยาศาสตร์จะพบว่าคณะของผู้สมัครสายครูจะสูงกว่าด้วย ทั้งนี้ จากข้อมูลดังกล่าวที่ประชุมมีความเห็นว่าคณะครุศาสตร์/ศึกษาศาสตร์ จำเป็นต้องปรับกระบวนการเรียนการสอนใหม่ เพื่อส่งเสริมให้เด็กที่เรียนสายวิชาชีพครูจบออกมาเป็นครูได้เต็มศักยภาพมาก ขึ้น “ยังเกิดปรากฎการณ์ว่ามีผู้ที่จบในสาขาอื่นสนใจมาเป็นครูมากขึ้นด้วย จากเดิมที่ไม่ค่อยมีคนสนใจเป็นครู ดูได้จากข้อมูลเฉพาะปี 2556 ที่ผ่านมา พบว่า มีคนที่จบวุฒิปริญญาตรีสายอื่นซึ่งไม่มีใบอนุญาตประกอบวิชาชีพครูมาสมัคร เป็นครูมากกว่า 19,000 คน โดยส่วนใหญ่จะเป็นครูสังกัดสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน(สพฐ.) และโรงเรียนเอกชน และเมื่อรวมกับจำนวนในรอบปีที่ผ่าน ๆ มาจะพบว่าปัจจุบันมีผู้ที่จบจากสาขาวิชาชีพอื่นมาเป็นครูมากถึง […]


  • คุรุสภาไฟเขียว วิชาชีพสาขาอื่น เป็นครูอาชีวะได้

      คุรุสภาไฟเขียวสาขาอื่นที่ขาดแคลนเป็นครูอาชีวะได้ โดยเปิดทางให้มีการรับสมัครในรอบ 2 และให้สิทธิ์นักเรียนทุนอาชีวะได้รับการบรรจุเป็นข้าราชการครูได้ทันที   ศ.ดร.ไพฑูรย์ สินลารัตน์ ประธานกรรมการคุรุสภา เปิดเผยถึงผลการประชุมคณะกรรมการคุรุสภาว่า ที่ประชุมได้มีมติให้สำนักงานคณะกรรมการการอาชีวศึกษา (สอศ.) รับบุคคลที่ไม่ได้จบสาขาวิชาชีพครูเข้าเป็นข้าราชการครูได้ในสาขาที่ขาดแคลน ครูผู้สอน และต้องเป็นสาขาที่ไม่มีการเปิดสอนในคณะครุศาสตร์และคณะศึกษาศาสตร์ โดยทางคุรุสภาจะออกหนังสืออนุญาตให้ปฏิบัติการสอนโดยไม่มีใบอนุญาตประกอบ วิชาชีพครูเป็นระยะเวลา 90 วัน และสามารถนำไปสมัครเป็นเพื่อบรรจุเป็นข้าราชการครู สอศ.ได้โดยใช้ใบอนุญาตประกอบวิชาชีพครูชั่วคราว และหลังจากนั้นต้องมีการพัฒนาเพื่อเข้าเกณฑ์ที่จะสอบใบอนุญาตประกอบวิชาชีพ ทางการศึกษา โดยที่คุรุสภาจะออกใบอนุญาตประกอบวิชาชีพครูชั่วคราวให้จำนวน 3 ครั้ง ในช่วงเวลา 6 ปี แต่ในกรณีสาขาที่มีการเปิดสอนในคณะครุศาสตร์และคณะศึกษาศาสตร์ เช่น ภาษาไทย ภาษาอังกฤษ และสถาบันอาชีวศึกษามีความต้องการเปิดรับเพิ่ม กรณีนี้จำเป็นต้องให้สิทธิกับกลุ่มผู้ที่มีใบอนุญาตประกอบวิชาชีพครูไปก่อน ในการรับสมัครรอบแรก แต่ถ้าหากไม่มีผู้มาสมัครก็สามารถเปิดรับสมัครรอบที่ 2 ได้ โดยจะเปิดโอกาสให้ผู้ที่จบจากสาขาอื่นและเป็นสาขาที่ขาดแคลนเข้ามาสมัครได้   ศ.ดร.ไพฑูรย์กล่าวต่อว่า นอกจากนี้ยังมีข้อเรียกร้องจาก สอศ. เรื่องนักเรียนอาชีวะที่ได้รับทุนการศึกษาจากทั้งกระทรวงศึกษาธิการ (ศธ.) สอศ. คณะกรรมการข้าราชการพลเรือน (ก.พ.) เมื่อสำเร็จการศึกษามาแล้วไม่สามารถบรรจุเป็นครูอาชีวะได้ ซึ่งทางที่ประชุมมีมติแก้ปัญหาให้ผู้ที่ได้รับทุนดังกล่าวสามารถบรรจุเข้า รับข้าราชการครูตามเงื่อนไขของทุนได้ และจะได้ใบอนุญาตประกอบวิชาชีพครูชั่วคราวให้ เพื่อที่จะใช้ทุนอย่างไม่สูญเปล่า   […]