คอมพิวเตอร์ซอฟต์แวร์

ซอฟต์แวร์คืออะไร

 ซอฟต์แวร์ (software) หรือ ชุดคำสั่ง เป็นส่วนของระบบคอมพิวเตอร์ที่ ใช้ในการจัดเก็บและประมวลผลข้อมูล ซอฟต์แวร์นั้นนอกจากจะสามารถใช้งานบนคอมพิวเตอร์ได้แล้ว ยังสามารถใช้งานบนเครื่องใช้ หรืออุปกรณ์อื่น เช่น โทรศัพท์มือถือ หรือหุ่นยนต์ในโรงงาน หรือเครื่องใช้ไฟฟ้าต่างๆ

 

 

ชนิดของซอฟต์แวร์

ซอฟต์แวร์ระบบ (System Software)

เป็นโปรแกรมที่ใช้ในการควบคุมระบบการทำงานของเครื่องคอมพิวเตอร์ทั้งหมด ช่วยในการดำเนินงานของซอฟต์แวร์ประยุกต์ หน้าที่หลักของซอฟต์แวร์ระบบ ได้แก่

– ใช้ในการจัดการหน่วยรับเข้าและส่งออก เช่นเครื่องพิมพ์ คีย์บอร์ด

– ใช้ในการจัดการหน่วยความจำ (RAM) เมื่อใช้งานโปรแกรมประยุกต์ใดๆ ก็ตามโปรแกรมนั้นจะถูกโหลดและจัดเก็บไว้ในหน่วยความจำเพื่อส่งผ่านคำสั่งไปให้ ซีพียู (CPU) ทำการประมวลผล

– ใช้เป็นตัวเชื่อมต่อระหว่าง ผู้ใช้งานกับคอมพิวเตอร์

 

ซอฟต์แวร์ระบบ แบ่งออกเป็น 2 ประเภท ได้แก่ ระบบปฏิบัติการ (OS : Operating System) และตัวแปลภาษา (Translator)

ระบบปฏิบัติการ (OS : Operating System) มีหน้าที่ประสานงานกับทรัพยากรภายในเครื่องคอมพิวเตอร์ จัดเตรียมส่วนติดต่อผู้ใช้งานและดำเนินงานกับโปรแกรมประยุกต์ มีหน้าที่หลักดังนี้

1. จัดการด้านการใช้ทรัพยากร

 

2. จัดการแฟ้มข้อมูล

 

3. ตรวจสอบและประสานการทำงานของอุปกรณ์และองค์ประกอบต่างๆ ของคอมพิวเตอร์

4. ให้บริการกับซอฟต์แวร์ประยุกต์ในการติดต่อกับฮาร์ดแวร์

 

 

ประเภทของระบบปฏิบัติการ

ระบบปฏิบัติการที่ใช้กันโดยทั่วไปในปัจจุบัน อาจนำเอาไปใช้ได้กับคอมพิวเตอร์หลากหลายชนิด ตั้งแต่เครื่องคอมพิวเตอร์ระดับใหญ่จนถึงอุปกรณ์คอมพิวเตอร์พกพาขนาดเล็ก ซึ่งอาจแบ่งออกได้เป็น 3 ประเภท คือ

  1. ระบบปฏิบัติการแบบเดี่ยว (stand – alone OS) เป็นระบบปฏิบัติการที่นิยมใช้สำหรับเครื่องคอมพิวเตอร์แบบทั่วไป เช่น เครื่องคอมพิวเตอร์ตามบ้านหรือสำนักงาน ซึ่งจะถูกติดตั้งระบบปฏิบัติการนี้รองรับการทำงานบางอย่าง เช่น พิมพ์รายงาน ดูหนัง ฟังเพลง หรือเชื่อมต่อเข้ากับอินเทอร์เน็ต เป็นต้น ปัจจุบันพัฒนาให้มีคุณสมบัติที่เป็นลูกข่ายเพื่อขอรับบริการจากเครื่องแม่ข่ายได้ด้วย ตัวอย่าง Windows, Mac OS, DOS และ Linux เป็นต้น
  2. ระบบปฏิบัติการแบบเครือข่าย (Network OS) เป็นระบบปฏิบัติการที่มุ่งเน้นและให้บริการสำหรับผู้ใช้หลาย ๆ คน ( multi – user ) มักพบเห็นได้กับการนำไปใช้ในองค์กรธุรกิจทั่วไป เครื่องคอมพิวเตอร์ที่ติดตั้งระบบปฏิบัติการเหล่านี้เรียกว่า เครื่อง server ซึ่งเป็นเสมือนเครื่องแม่ข่ายที่ให้บริการข้อมูลต่าง ๆ ที่จำเป็นสำหรับผู้ใช้นั่นเอง ตัวอย่าง Netware, Windows Server และ UNIX เป็นต้น
  3. ระบบปฏิบัติการแบบฝัง (embedded OS) เป็นระบบปฏิบัติการที่พบเห็นได้ในอุปกรณ์คอมพิวเตอร์พกพาขนาดเล็ก เช่น แท็บเล็ต สมาร์ทโฟน ปัจจุบันบางระบบมีคุณสมบัติที่ใกล้เคียงกับระบบปฏิบัติการแบบเดี่ยวมากๆ จนแยกแทบไม่ออก เช่น รองรับกับการทำงานทั่วไป ดูหนัง ฟังเพลงหรือเชื่อมต่ออินเทอร์เน็ตได้ ตัวอย่างระบบปฏิบัติการแบบฝัง ได้แก่ iOS, Android, tizen OS และ Windows for mobile

 

 

ส่วนเชื่อมต่อผู้ใช้ของระบบปฏิบัติการ (OS User Interface)

แบบที่ใช้การพิมพ์ป้อนคำสั่ง หรือแบบ Command Line เช่น ระบบปฏิบัติการ DOS

 

แบบที่ใช้รูปภาพมาเป็นตัวกลางในการสั่งงานที่เรียกว่า GUI : Graphic User Interface เช่น ระบบปฏิบัติการ Windows, OSX และ Linux

 

 

Multitasking ต่างจาก Single tasking อย่างไร

  • ระบบปฏิบัติการที่รันได้ทีละโปรแกรม เราเรียกว่า Single tasking เช่น DOS
  • ระบบปฏิบัติการที่รันโปรแกรมได้พร้อมกันหลายๆ โปรแกรม เราเรียกว่า Multitasking เช่น Windows

 

 

ระบบปฏิบัติการแบบต่างๆ

DOS มีลักษณะการทำงานแบบงานเดียว (Single tasking) ใช้ Command Line Interface ในการสั่งงาน โดยเริ่มแรกบริษัท IBM ได้พัฒนาเครื่องไมโครคอมพิวเตอร์ที่มีชื่อว่า PC : Personal Computer โดยได้ว่าจ้างบริษัท Microsoft ในการออกแบบระบบปฏิบัติการให้ ระบบปฏิบัติการดังกล่าวมีชื่อว่า PC-DOS และต่อมาทางบริษัท Microsoft ออกแบบระบบปฏิบัติการใหม่ที่มีชื่อว่า MS-DOS

 

Windows ได้รับการพัฒนามาจาก DOS เพื่อเน้นการใช้งานที่ง่ายขึ้น สามารถทำงานได้หลายงานพร้อมกัน (Multitasking) หน้าจอที่ติดต่อกับผู้ใช้เป็นแบบภาพกราฟิก และใช้เมาส์เลื่อนตัวชี้ตำแหน่ง วินโดวส์จึงได้รับความนิยมมากจนถึงปัจจุบัน

 

Mac OS เป็นระบบปฏิบัติการของเครื่องตระกูลแม็ค (Macintosh) หน้าจอที่ติดต่อกับผู้ใช้เป็นแบบภาพกราฟิก และใช้เมาส์เลื่อนตัวชี้ตำแหน่ง

 

Linux การทำงานเหมือน UNIX(เป็นระบบปฏิบัติการที่พัฒนามาตั้งแต่ครั้งใช้กับเครื่องมินิคอมพิวเตอร์ เป็นระบบปฏิบัติการที่สามารถใช้ได้หลายงานพร้อมกัน) มีลักษณะเป็น Open source software สามารถดาวน์โหลดมาใช้งานได้ฟรี สามารถเปลี่ยนแปลงแก้ไขได้ตามต้องการ และยังสามารถแจกจ่ายไปให้ผู้อื่นใช้ได้อีกด้วย

 

 

 

ซอฟต์แวร์ประยุกต์ (Application software)

ซอฟต์แวร์ประยุกต์ (Application software) หมายถึง โปรแกรมที่ทำให้เครื่องคอมพิวเตอร์ทำงานเฉพาะอย่างตามความต้องการของผู้ใช้ ซึ่งซอฟต์แวร์ประยุกต์สามารถแบ่งออกได้เป็น 2 ประเภท ได้แก่ ซอฟต์แวร์ประยุกต์เฉพาะงาน และซอฟต์แวร์ประยุกต์ทั่วไป

ซอฟต์แวร์ประยุกต์เฉพาะงาน (Application Software for Specific Surpose) เป็นซอฟต์แวร์ที่พัฒนาขึ้น เพื่อนำไปประยุกต์ใช้กับงานขององค์กรใดองค์กรหนึ่งโดยเฉพาะ ออกแบบและสร้างขึ้นโดยผู้ผลิตซอฟต์แวร์ที่มีความชำนาญงานในด้านนั้น หรือพัฒนาโดยบุคลากรฝ่ายคอมพิวเตอร์ขององค์กรนี้ก็ได้ โดยผ่านการวิเคราะห์ ออกแบบ ลงมือสร้าง และทดสอบโปรแกรมให้สามารถทำงานได้ถูกต้องก่อน จึงจะสามารถนำมาใช้งานได้ เช่น โปรแกรมคำนวณภาษีของกรมศุลกากร โปรแกรมฝากถอนเงินของธนาคาร โปรแกรมระบบสินค้าของห้างสรรพสินค้า เป็นต้น

 

 

 ซอฟต์แวร์ประยุกต์ทั่วไป (General Purpose Software) เป็นซอฟต์แวร์ที่พัฒนาขึ้นเพื่อนำไปประยุกต์ใช้กับงานให้เหมาะสมกับลักษณะงานของผู้ใช้คอมพิวเตอร์ เช่น การจัดพิมพ์รายงาน การนำเสนองาน การจัดทำบัญชี การตกแต่งภาพ การออกแบบเว็บไซต์ เป็นต้น ซอฟต์แวร์ประยุกต์ทั่วไปสามารถแบ่งออกได้เป็น 6 ประเภท ดังต่อไปนี้

1) ซอฟต์แวร์จัดการฐานข้อมูล (Database Management Software) คอมพิวเตอร์สามารถใช้จัดเก็บข้อมูลและจัดการกับข้อมูลที่จัดเก็บไว้ใน เครื่องคอมพิวเตอร์ ซึ่งการเก็บรวบรวมข้อมูลที่สัมพันธ์กันไว้ในเครื่องคอมพิวเตอร์ เรียกว่า ฐานข้อมูล (Database) ซอฟต์แวร์จัดการฐานข้อมูลเป็นโปรแกรมที่ทำหน้าที่สร้างฐานข้อมูลและจัดการ กับข้อมูลให้เป็นระบบ เพื่อให้ง่ายต่อการจัดการข้อมูลได้อย่างรวดเร็ว ไม่ว่าจะเป็นการเรียกค้นข้อมูล การปรับปรุงข้อมูล การเพิ่มข้อมูล และการลบข้อมูล ซอฟต์แวร์จัดการฐานข้อมูลที่นิยมใช้ เช่น Dbase , Paradox , Foxbase , Microsoft Access เป็นต้น

 

 2) ซอฟต์แวร์ประมวลผลคำ (Word Processing Software) เป็นซอฟต์แวร์ประยุกต์ใช้ในการสร้าง แก้ไข เพิ่ม แทรก ลบ และจัดการรูปแบบเอกสาร ทำให้เอกสารมีรูปแบบที่สวยงาม น่าสนใจ ซึ่งเอกสารที่ผู้ใช้พิมพ์ไว้จะถูกจัดเป็นแฟ้มข้อมูล (File) สามารถแก้ไขเพิ่มเติมได้และสั่งพิมพ์ทางเครื่องพิมพ์ได้ด้วย ซอฟต์แวร์ประมวลผลคำที่นิยมใช้ เช่น Microsoft Office Word , Adobe Indesign , OpenOffice เป็นต้น

 

3) ซอฟต์แวร์ทำการคำนวณ (Caculation Software) เป็นซอฟต์แวร์ที่ช่วยในการคิดคำนวณ การทำงานของซอฟต์แวร์ใช้หลักการเสมือนมีโต๊ะทำงาน ที่มีกระดาษขนาดใหญ่วางไว้ มีเครื่องมือคล้ายปากกา ยางลบ และเครื่องคำนวณเตรียมไว้ให้เสร็จ บนกระดาษมีช่องให้ใส่ตัวเลข ข้อความหรือสูตร สามารถสั่งให้คำนวณตามสูตรหรือเงื่อนไขที่กำหนด นอกจานี้ ผู้ใช้ยังสามารถสร้างกราฟ เพื่อนำเสนอได้อย่างง่ายดาย ซอฟต์แวร์ที่นิยมใช้ เช่น Microsoft Office Excel , OpenOffice Cale ในโปรแกรมชุด Pladao Office เป็นต้น

 

4) ซอฟต์แวร์นำเสนอข้อมูล (Presentation Software) เป็นโปรแกรมที่ใช้ในการนำเสนอข้อมูลด้วยคอมพิวเตอร์ สร้างเอกสารที่ประกอบด้วยตัวอักษร รูปภาพ แผนผัง ภาพเคลื่อนไหว นิยมใช้ในการนำเสนอข้อมูลในการบรรยายในชั้นเรียนหรือการประชุม ซอฟต์แวร์ที่นิยมใช้ เช่น Microsoft Office PowerPoint , OpenOffice Impress , Pladao Office เป็นต้น

 

5) ซอฟต์แวร์ทางด้านกราฟฟิกและมัลติมีเดีย (Graphics and Multimedia Software) เป็นโปรแกรมที่พัฒนาขึ้นเพื่อช่วยทำงานด้านกราฟฟิกและมัลติมีเดีย เช่น ตกแต่งภาพ วาดรูป ปรับเสียง ตัดต่อภาพเคลื่อนไหว สร้างสรรค์งานสิ่งพิมพ์ ไม่ว่าจะเป็นหนังสือ นิตยสาร หนังสือพิมพ์ หนังสืออิเล็กทรอนิกส์ต่างๆ รวมถึงการสร้างและออกแบบพัฒนาเว็บไซต์ ให้มีรูปแบบสวยงาม ทันสมัย เหมาะสมกับสื่อแต่ละประเภท เป็นโปรแกรมที่ง่ายต่อการศึกษาเรียนรู้ด้วยตัวเอง มีลูกเล่นหลากหลาย สามารถสั่งงานตามความต้องการได้ง่าย ซึ่งถือเป็นโปรแกรมหนึ่งที่มีประโยชน์ต่อผู้ใช้งานทุกระดับ

 

6) ซอฟต์แวร์การใช้งานบนเว็บไซต์และการติดต่อสื่อสาร (Web Site and Communications Software) เป็นโปรแกรมที่พัฒนาเพื่อการติดต่อสื่อสารผ่านเครือข่ายอินเทอร์เน็ต ซึ่งการเติบโตของเครือข่ายอินเทอร์เน็ตทำให้มีผู้พัฒนาโปรแกรมเพื่อใช้งาน เฉพาะอย่างเพิ่มขึ้น เช่น โปรแกรมสำหรับตรวจสอบอีเมล การท่องเว็บไซต์ การจัดการและดูแลเว็บไซต์ การส่งข้อความ รวมถึงการประชุมทางไกลผ่านเครือข่าย เป็นต้น

 

 

 

คอมพิวเตอร์ไวรัส (Computer virus)

คือโปรแกรมคอมพิวเตอร์โปรแกรมหนึ่ง ที่มีการทำงานด้วยตนเองโดยมีเป้าหมายที่ชัดเจน คือสร้างความเสียหายให้กับคอมพิวเตอร์ที่ติดไวรัส

ไวรัสโดยมากจะพยายามแพร่พันธุ์ตัวเองออกไปให้ได้มากที่สุดผ่านทางการแลกเปลี่ยนข้อมูล เช่น การดาวน์โหลดทางอินเทอร์เน็ต แฟลชไดรว์ แผ่นซีดี เป็นต้น

 

ประเภทของคอมพิวเตอร์ไวรัส

  • Boot Sector Viruses คือไวรัสที่ฝังตัวเองอยู่ในบูตเซกเตอร์ของฮาร์ดดิสก์
  • File virus ฝังตัวเข้าเป็นส่วนหนึ่งของแฟ้มโปรแกรม
  • Macro virus เป็นไวรัสที่เขียนด้วยภาษามาโคร และแทรกตัวอยู่ในซอฟต์แวร์ตัวนั้น
  • Trojan horse ซ่อนอยู่ในโปรแกรมปกติ ไม่มีการคัดลอกตัวเอง
  • Worm แทรกตัวอยู่ในหน่วยความจำของเครื่อง (RAM)

 

อาการของเครื่องที่ติดไวรัส

    • ใช้เวลานานผิดปกติในการเรียกโปรแกรมขึ้นมาทำงาน
    • ขนาดของโปรแกรมใหญ่ขึ้น
    • วันเวลาของโปรแกรมเปลี่ยนไป
    • ข้อความที่ปกติไม่ค่อยได้เห็นกลับถูกแสดงขึ้นมาบ่อย ๆ
    • เกิดอักษรหรือข้อความประหลาดบนหน้าจอ
    • เครื่องส่งเสียงออกทางลำโพงโดยไม่ได้เกิดจากโปรแกรมที่ใช้อยู่
    • แป้นพิมพ์ทำงานผิดปกติหรือไม่ทำงานเลย
    • ขนาดของหน่วยความจำที่เหลือลดน้อยกว่าปกติ โดยหาเหตุผลไม่ได้
    • ไฟล์แสดงสถานะการทำงานของดิสก์ติดค้างนานกว่าที่เคยเป็น
    • ไฟล์ข้อมูลหรือโปรแกรมที่เคยใช้อยู่ ๆ ก็หายไป
    • เครื่องทำงานช้าลง
    • เครื่องบูตตัวเองโดยไม่ได้สั่ง
    • ระบบหยุดทำงานโดยไม่ทราบสาเหตุ
    • เซกเตอร์ที่เสียมีจำนวนเพิ่มขึ้นโดยมีการรายงานว่าจำนวนเซกเตอร์ที่เสียมีจำนวน เพิ่มขึ้นกว่าแต่ก่อนโดยที่
    • ยังไม่ได้ใช้โปรแกรมใดเข้าไปตรวจหาเลย

 

การกำจัดไวรัสเบื้อต้น

  1. บูตเครื่องใหม่ทันทีที่ทราบว่าติดไวรัส
  2. เรียกโปรแกรมกำจัดไวรัสขึ้นมาตรวจหาและทำลายทิ้ง
  3. ปรึกษาผู้เชี่ยวชาญเรื่องไวรัส หรือค้นหาคำแนะนำทางเว็บไซต์

 

ซอฟต์แวร์แอนตี้ไวรัส (Computer Software for anti-virus)

เป็นโปรแกรมที่สร้างขึ้นเพื่อคอยตรวจจับ ป้องกัน และกำจัดโปรแกรมคุกคามทางคอมพิวเตอร์หรือมัลแวร์ ซึ่งหมายถึง ไวรัส เวิร์ม โทรจัน สปายแวร์ แอดแวร์ และซอฟต์แวร์คุกคามประเภทอื่นๆ ซอฟต์แวร์แอนตี้ไวรัส เช่น

– AVG

 

– Bitdefender

 

– F-secure

 

– Mcafee

 

– Norton

 

 

 

 

 

 

 

อ้างอิงเนื้อหา

วิกิพีเดีย . “ซอฟต์แวร์” . th.wikipedia.org/ . 2556 สืบค้นวันที่ 2 พ.ย. 58

โรงเรียนสุวรรณไพบูลย์ . “ระบบปฏิบัติการ ( OS – Operating System )” . www.suwanpaiboon.ac.th . 2556 สืบค้นวันที่ 2 พ.ย. 58

อาทิตย์ เรียงสาทร . “ซอฟต์แวร์ประยุกต์” . kruartit.com .  สืบค้นวันที่ 2 พ.ย. 58

NECTEC . “ไวรัสคอมพิวเตอร์คืออะไร ?” . web.ku.ac.th . 2542 สืบค้นวันที่ 2 พ.ย. 58

วิกิพีเดีย . “โปรแกรมป้องกันไวรัส” . th.wikipedia.org . 2557 สืบค้นวันที่ 2 พ.ย. 58

 

 

อ้างอิงภาพ

http://www.bs.ac.th/2548/e_bs/G7/raim/table.gif

https://upload.wikimedia.org/wikipedia/commons/9/94/FreeDOS_Beta_9_pre-release5_%28command_line_interface%29_on_Bochs_sshot20040912.png

https://upload.wikimedia.org/wikipedia/en/c/c0/Leopard_Desktop.png

https://upload.wikimedia.org/wikipedia/commons/9/94/Desktop_Ubuntu_13_10.png

 

 

 

 

 

เสนอความคิดเห็นต่อสิ่งนี้

ความคิดเห็น