โปรแกรม Java Editor

การพัฒนาโปรแกรมด้วยภาษาจาวานั้น ปัจจุบันมีเครื่องมือหรือโปรแกรมช่วยในการพัฒนามากมาย แม้กระทั้งโปรแกรม NotePad ที่ติดมากับระบบปฏิบัติการวินโดว์ก็สามารถใช้ในการพัฒนาโปรแกรมภาษาจาวาได้ แต่ใช้สำหรับเขียนคำสั่งเท่านั้น ไม่สามารถคอมไพล์ได้ แต่ในบทเรียนนี้จะแนะนำโปรแกรมที่ช่วยในการพัฒนาโปรแกรมภาษาจาวาง่ายขึ้น หรือเราเรียกว่า IDE

 

 

IDE คืออะไร

IDE คืออะไร  IDE ย่อมาจาก Integrated Development Environment คือ เครื่องมือที่ช่วยในการพัฒนาโปรแกรมโดยมีสิ่งอำนวยความสะดวกต่างๆ เช่น คำสั่ง Compile, Run ตัวอย่างของ IDE เช่น NetBeans, Editplus, JCreator, Eclipse แต่ Notepad ไม่นับว่าเป็น IDE เนื่องจากตัว Notepad เองไม่มีเครื่องมืออำนวยความสะดวกสำหรับการเขียนโปรแกรมใดๆ เลย  IDE เป็นโปรแกรมที่รวมคำสั่ง เมนู และ GUI ต่างๆ มาสร้างเป็นโปรแกรมที่มีรูปร่างหน้าตาเหมาะแก่การเขียนโปรแกรม ในบทเรียนนี้เราจะใช้โปรแกรม JCreator LE ในการพัฒนาโปรแกรม

 

 

การติดตั้งโปรแกรม JCreator LE
1. เข้าไปที่เว็บไซต์ www.jcreator.org/download.htm

 

2. คลิกที่ปุ่ม “DOWNLOAD” ในช่องของ JCreator LE version

 

3. กรอกชื่อ และอีเมล หลังจากนั้นคลิกที่ปุ่ม “Submit”

 

4. เปิดดูอีเมลที่เรากรอกไปในขั้นตอนที่ 3 เมื่อเปิดแล้วจะมีอีเมลจาก JCreator LE พร้อมลิงค์สำหรับดาวน์โหลด

 

5. เมื่อคลิกที่ลิงค์ที่ถูกแนบมาในอีเมล ระบบจะดาวน์โหลดไฟล์สำหรับติดตั้งมาให้ ทำการดับเบิลคลิกที่ไฟล์ดังกล่าวเพื่อเริ่มติดตั้ง

 

6. คลิกที่ปุ่ม “Next” เพื่อติดตั้ง

 

7. เลือก “I accept the agreement” แล้วคลิกที่ปุ่ม “Next”
8. ระบบจะให้เลือกที่เก็บไฟล์ เราสามารถเลือกได้ตามต้องการ เมื่อเลือกแล้วคลิกที่ปุ่ม “Next” และ “Next” ไปเรื่อยๆ

 

9. คลิกที่ปุ่ม “Install” เพื่อให้โปรแกรมติดตั้งเองลงบนเครื่องคอมพิวเตอร์ของเรา
10. เมื่อติดตั้งเสร็จแล้วคลิกที่ปุ่ม “Finish” เพื่อจบการติดตั้งโปรแกรม

 

 

การติดตั้ง JDK
1. เข้าไปที่เว็บไซต์ www.oracle.com/technetwork/java/javase/downloads/index.html

 

2. คลิกที่ “Download” ในส่วนของ JDK

 

3. เลือกดาวน์โหลด JDK ตามระบบปฏิบัติการที่เราใช้ (ในที่นี้เลือก Windows x64)

 

4. เมื่อดาวน์โหลดเสร็จแล้วจะได้ไฟล์สำหรับติดตั้ง ทำการดับเบิลคลิกที่ไฟล์นั้นเพื่อติดตั้ง
5. คลิกปุ่ม “Next” ตามสเต็ปการติดตั้งโปรแกรม

 

6. คลิกที่ปุ่ม “Next” ในขั้นตอนนี้จะเห็นว่าสามารเปลี่ยนที่อยู่ในการติดตั้งได้ โดยการคลิกที่ปุ่ม Change… แต่ถ้าไม่มีเหตุผลในการเปลี่ยนแนะนำให้ติดตั้งตามระบบแนะนำ

 

7. ปุ่ม “Next Steps” จะเข้าสู่หน้าเว็บที่เป็นเอกสารเกี่ยวกับภาษาจาวา ลองคลิกเข้าไปดูก็ได้นะครับ ถ้าติดปัญหาอะไรเราสามารถหาข้อมูลต่างๆ ได้จากเอกสารนี้ครับ จากนั้นก็คลิกที่ปุ่ม “Close” เพื่อปิดหน้าต่างนี้

 

 

เริ่มต้นใช้งานและเครื่องมือสำคัญของโปรแกรม JCreator LE

1. ดับเบิลคลิกที่ไอคอน JCreator LE เพื่อเปิดโปรแกรม

 

2. จะได้โปรแกรมที่มีหน้าตาดังภาพด้านบน

 

3. เริ่มต้นสร้างโปรแกรมด้วยการคลิกที่เมนู “File” เลือก “New” เลือก “File”

 

4. เลือก “File Type” เลือก “Java Classes” เลือก “Main Class” เสร็จแล้วจึงคลิกที่ปุ่ม “Next”

 

5. พิมพ์ชื่อของโปรแกรมในช่อง “Name :” เลือกที่จัดเก็บโปรแกรมที่ช่อง “Location :” เสร็จแล้วคลิกที่ปุ่ม “Finish”

 

6. จะได้คำสั่งเบื้องต้นดังภาพด้านบน ซึ่งส่วนนี้เราเรียกว่า Upper-Central pane คือส่วนที่แสดงการเขียนคำสั่ง แก้ไข และอื่นๆ

 

7. ทำการเปิด File View ขึ้นมา เพื่อดูที่ตั้งของไฟล์

 

8. เปิด Build Output เพื่อดูการรายงานผลการรันโปรแกรมว่ามีส่วนใดบ้างที่เกิดข้อผิดพลาด โดยสามารถเปิด Build Output ได้โดยคลิกที่เมนู “View” เลือก “Other Windows” แล้วเลือก “Build View”

 

9. การเปลี่ยนขนาดตัวอักษรของคำสั่งและอื่นๆ สามารถทำได้โดยไปที่เมนู “Configure” เลือก “Options…”
10. จะปรากฏหน้าต่าง Options ขึ้นมา เลือกที่ “Editor” คลิกที่เครื่องหมาย – ที่อยู่ด้านหน้า Java แล้วเลือกปรับแต่งได้ตามต้องการ เช่น ปรับขนาดตัวอักษรของคำสั่ง ก็เลือกที่ Font แล้วปรับขนาด เป็นต้น

 

11. ขั้นตอนนี้ เราจะริ่มทดสอบเขียนโปรแกรมภาษาจาวากันแล้ว ในเบื้องต้นให้ลบคำอธิบาย(จะเริ่มต้นด้วย /** ข้อความภาษาอังกฤษ */) ที่โปรแกรมได้สร้างขึ้นมาให้ออกไปเสียก่อน จะได้ไม่รกตา

 

12. ทดลองเขียนคำสั่ง “System.out.println(“Test My First Program With krui3.com”);” แล้วคลิกที่ปุ่ม “Run Project”

 

 

คำอธิบายโปรแกรม

public class krui3 คือการกำหนดชื่อคลาส

public static void main(String[] args) คือ เป็นการประกาศเมธอดหลักในคลาส ดังนี้

        – public เป็น Access Modifier ที่สามารถเข้าถึงสมาชิกภายในคลาส krui3 ได้จากทุกคลาสที่อยู่ภายในแอพพลิเคชั่นเดียวกัน

        – static เป็นการกำหนดให้เมธอดหลักเป็นแบบ static method ดังนั้นตัวแปรที่จะถูกใช้ในเมธอดนี้ต้องเป็นตัวแปรที่เป็น static variable เท่านั้น

        – void กำหนดว่าเมธอดนี้ไม่มีการส่งค่ากลับ คือจะแสดงผลอย่างเดียว

        – main กำหนดให้เป็นเมธอดหลัก

        – String[] args ค่าคงที่ที่ตัวแปรส่งเข้ามา ซึ่งจะมีการแปลงให้เป็นสตริงแล้วเก็บไว้ในอาร์เรย์

 

13. จะได้ผลลัพธ์ออกมาดังภาพด้านบน

 

 

เริ่มต้นใช้งานโปรแกรม Eclipse Java Oxygen

1. คลิกที่ไอคอน Eclipse Java Oxygen

 

2. เมื่อเปิดโปรแกรมขึ้นมาแล้ว โปรแกรมจะถามให้เราสร้างพื้นที่เก็บงาน โดยสามารถคลิกที่ปุ่ม “Wrowse..” แล้วสร้างโฟลเดอร์เป็นของตัวเอง เสร็จแล้วคลิกที่ปุ่ม “Launch”

 

3. คลิกที่ปุ่ม “Create a new Java project”

 

4. ในหน้าต่าง New Java Project ตั้งชื่อ Project name: ในส่วนของ JRE เลือกเป็น CDC-1.1/Foundation-1.1 เสร็จแล้วคลิกที่ปุ่ม “Finish”

 

5. ในหน้า Package Explorer คลิกขวาที่ “src” เลือก “New” แล้วเลือก “Class”

 

6. ในหน้าต่าง New Java Class ตั้งชื่อคลาสตามต้องการในช่อง Name: เสร็จแล้วคลิกที่ปุ่ม “Finish”

 

7. จะได้โค้ดเริ่มต้นมาดังภาพ

 

8. ทดลองพิมพ์โค้ดดังนี้

public static void main(String[] args) {

      System.out.println(“Test Programing Java by KRUI3.COM”);

   }

 

9. เมื่อพิมพ์โค้ดแล้วกดปุ่ม Run หรือกดปุ่ม Ctrl + F11

 

 

 

 

 

อ้างอิง
วิชาการ.คอม, “พื้นฐานการเขียนโปรแกรมเชิงวัตถุ (OOP)”, www.vcharkarn.com สืบค้นวันที่ 25 ก.ย. 60
Darkstriker, “อยากรู้ความหมายและอยากทราบว่า JAVA IDEs คืออะไรอะครับ”, www.blognone.com สืบค้นวันที่ 25 ก.ย. 60
mindphp.com, “IDE คืออะไร ไอดีอี คือเครื่องมืออย่างหนึ่งที่ช่วยในการพัฒนาโปรแกรม”, www.mindphp.com สืบค้นวันที่ 25 ก.ย. 60
ธมนวรรณ มณีจันทร์, “ติดตั้ง JDK (Java Development Kit ) ใน 5 ขั้นตอน”, mystou.com สืบค้นวันที่ 25 ก.ย. 60